NEWS BRIEFS.
'โฆสิต' ชี้ทางออกยุทธศาสตร์การค้า (Aug 25,2006)
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ธนาคารกรุงเทพ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง ทิศทางการค้าระหว่างประเทศ : จุดยืนและยุทธศาสตร์ของไทย ในงานประชุมวิชาการ สกว. ปี 2549 ที่จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า การค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะในเรื่องของการส่งออกเป็นหัวใจในการผลักดันเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยมีบทบาททางการค้าระหว่างประเทศพอสมควร แม้ปัจจุบันมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น แต่ประเทศไทยยังคงรักษาระดับได้เท่าเดิม ขณะที่ประเทศจีนมีบทบาทในการส่งออกมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนมาเลเซีย มีอัตราการส่งออกใกล้เคียงกับไทย และเวียดนามที่มีฐานการส่งออกต่ำมาก แต่ก็ความสามารถในการเพิ่มสัดส่วนในการส่งออกได้
สำหรับคู่ค้าหลักของไทยในปัจจุบัน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งไทยส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้คิดเป็นร้อยละ 50 ของการส่งออกของไทย แต่เมื่อผ่านไปความสำคัญของการส่งออกไปยังประเทศดังกล่าวมีความสำคัญลดลง
ดังนั้นการที่ประเทศไทยจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการส่งออกของไทยไปในตลาดโลกได้นั้น สิ่งที่ยังขาดและจำเป็นต้องพัฒนาได้แก่ ความรู้ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน หรือภาคธุรกิจกับนักวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้น โดยในปัจจุบันธุรกิจที่มีความร่วมมือดังกล่าว ได้แก่ ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ขณะที่ผู้ส่งออกของไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นธุรกิจขนาดเล็ก
โดยทิศทางการค้าระหว่างประเทศของไทยในอนาคตนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ ได้แก่ 1.ความได้เปรียบ และเสียเปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากแต่ละประเทศมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน และเป็นพลวัตรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยในอดีตไทยได้เปรียบในเรื่องค่าแรงต่ำ และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันไทยเสียเปรียบ เนื่องจากมีประเทศที่มีค่าแรงต่ำกว่า เช่น จีน และเวียดนาม 2.กระแสโลกาภิวัฒน์ ที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตสินค้าซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกสินค้าของประเทศนั้นๆ ส่วนระดับของการแข่งขัน โลกาภิวัตน์ทำให้ระดับการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น เพราะตลาดมีเสรีมากขึ้น ซึ่งไทยต้องยกระดับการแข่งขันเพื่อให้ไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น และ 3. อำนาจของผู้ซื้อที่จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานสินค้าและสิทธิ์ในการดูแลผู้บริโภคของประเทศ
นายโฆสิต ยังกล่าวถึงภาพเศรษฐกิจในช่วงเดือน 4 หลังของปีว่า ยังคงชะลอตัวลง และหากมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเชื่อว่า คงจะกระทบกับเศรษฐกิจบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่จะกระทบกับเศรษฐกิจนั้น ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า สำหรับค่าเงินบาทน่าที่แข็งค่าขึ้น คงไม่หวังให้เงินบาทกลับไปอ่อนค่าเหมือนเดิม เพียงแต่จะต้องดูแลมิให้เกิดความผันผวน
Source : Thaipost