NEWS BRIEFS.
จีนเมินยุ่นดันค้าเสรีเอเชีย ตอ. (Aug 25,2006)
ในวันพฤหัสบดีจีนกับเกาหลีใต้ได้แสดงอาการชาเย็นต่อข้อเสนอของญี่ปุ่นที่ให้ตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออกขึ้นมา โดยบอกว่าแผนการ 16 ชาติ ที่มีความหวังยิ่งใหญ่นั้นอาจรอไปก่อนได้
ทั้งสองชาติได้บอกกับบรรดารัฐมนตรีพาณิชย์อาเซียนในการประชุมที่นครหลวงของมาเลเซีย ว่าอาเซียนควรพยายามสรุปสนธิสัญญาต่างๆ กับจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นให้เสร็จสิ้นก่อนการขยายตัวไปเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น
สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งมีสมาชิก 10 ชาติได้เซ็นสัญญาตั้งเขตการค้าเสรีกับเกาหลีใต้ไว้แล้ว และกำลังเจรจาเพื่อทำสนธิสัญญาแบบเดียวกันกับจีนและญี่ปุ่นในกระบวนการที่เรียกกันว่า "อาเซียนบวกหนึ่ง"
"รัฐมนตรีพาณิชย์ทุกชาติมีความเห็นร่วมกันว่าอาเซียนบวกหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้น "รัฐมนตรีพาณิชย์คิม ฮยุน-ชอง ของเกาหลีใต้บอกต่อที่ประชุมแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีพาณิชย์ของญี่ปุ่นและจีน "นับว่าจำเป็นที่จะต้องทำให้ขั้นนี้สำเร็จลุล่วงไปอย่างถูกต้อง ภายหลังเท่านั้นเราจึงจะย้ายไปทำในขั้นต่อไปได้ซึ่งควรเป็นสัญญาค้าเสรีที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น" คิมกล่าวเสริม
ญี่ปุ่นได้บอกไว้ว่าจะจัดหาเงินให้ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐตาม "แผนการริเริ่มนิกาอิ" ของตนซึ่งตั้งชื่อตามรัฐมนตรีพาณิชย์โตชิฮิโร นิกาอิ เพื่อเป็นทุนสำหรับความพยายามในการจัดตั้งหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกอันกว้างขวางขึ้นมา อันเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออกในขั้นต่อไป
เขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออกที่ว่านั้นจะครอบคลุมประชากรประมาณครึ่งโลกและมีการค้า 1 ใน 5 ของทั้งโลก โดยจะประกอบด้วยกลุ่มอาเซียน ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
จีนกับสมาชิกอาเซียนบางชาติได้พูดอย่างสงวนท่าทีของพวกเขาในเรื่องนี้ไว้ด้วย โดยรองรัฐมนตรีพาณิชย์หยี เสี่ยวชุน ของจีนบอกต่อที่ประชุมแถลงข่าวว่า "เราต้องการใช้เวลาศึกษาอีกสักเล็กน้อย ซึ่งสิ่งจำเป็นอันดับแรกและจุดรวมในปัจจุบันควรมุ่งที่อาเซียนบวกหนึ่งเสียก่อน"
ญี่ปุ่นได้เซ็นสัญญาเขตการค้าเสรีกับสิงคโปร์ เม็กซิโก และมาเลเซียมาแล้ว และได้ตกลงในหลักการของสนธิสัญญาการค้าเสรีกับไทยและฟิลิปปินส์ด้วย โดยรัฐบาลญี่ปุ่นประมาณการว่าสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก จะเพิ่มผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นขึ้นอีกประมาณ 5.0 ล้านล้านเยน (4.3 หมื่นล้านดอลลาร์) และจะเพิ่มจีดีพีของประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมดขึ้นอีกประมาณ 25.0 ล้านล้านเยน
Source : Thaipost