NEWS BRIEFS.
อียูกระทืบไทยขึ้นภาษีนำเข้าไก่ (Aug 23,2006)
นายฌอง-ฌาร์ค บุฟเฟลด์ ที่ปรึกษาด้านการค้าของสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมปรับภาษีนำเข้าสินค้าไก่บางประเภท ได้แก่ ไก่ปรุงสุก ไก่หมักเกลือ และไก่งวง โดยจะมีการนำระบบโควตามาใช้ สินค้าที่ส่งออกมายังอียู ภายใต้โควตาที่กำหนดจะเสียภาษีอัตราปัจจุบัน และสินค้าที่ส่งออกนอกโควตาจะเสียภาษีในอัตราปรับใหม่ที่เป็นอัตราเดียวกันกับที่ใช้กับสินค้าไก่อื่นๆ ที่ส่งออกไปยังอียู สำหรับการปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงระดับภาษีของสินค้าดังกล่าว ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระดับการส่งออกของประเทศไทยในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ระดับการนำเข้าไก่ของอียูสูงขึ้นมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องควบคุมการขยายตัวของการนำเข้าดังกล่าว โดยปัจจุบันสินค้าไก่ที่ส่งออกไปอียู ประเภทไก่ปรุงสุกเสียภาษี 10.9% ไก่หมักเกลือ 15.4% และไก่งวง 8.5% สำหรับสินค้าไก่ที่ส่งออกนอกโควตาภายใต้ระบบใหม่จะต้องเสียภาษี 102 ยูโรต่อ 100 กิโลกรัม ส่วนการส่งออกไก่ปรุงสุกของประเทศไทยไปยังอียู คิดเป็นมูลค่า 265,862,000 ยูโรในปี 2548 คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 54% และปริมาณที่เพิ่มขึ้น 74%
น.พ.อนันต์ ศิริมงคลเกษม นายกสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกของไทย กล่าวภายหลังได้เข้ายื่นหนังสือถึง เอกอัครราชทูต ฝ่ายการค้าสหภาพยุโรป ที่สำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรป ประจำประเทศไทย อาคารเคี่ยนหงวน ว่า การปรับขึ้นภาษีไก่ปรุงสุกเป็น 53% ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ของไทย และกระทบต่อแรงงานที่เกี่ยวข้องหลายแสนคน รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ โดยประเมินว่า ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการขึ้นภาษีในครั้งนี้ 20,000 ล้านบาท ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และหากรวมอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จะมีความเสียหายถึง 50,000 ล้านบาท ซึ่งทางผู้เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องยื่นหนังสือคัดค้านการขึ้นภาษีดังกล่าว เพราะถือเป็นการสร้างกำแพงกีดกันการนำเข้าเนื้อไก่จากไทย
นอกจากนี้ การขึ้นภาษีดังกล่าวยังส่งผลให้การส่งออกไก่ปรุงสุกไปยังอียู ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของไทย รองจากญี่ปุ่น มีสัดส่วน 40% หรือมีมูลค่าการส่งออกไก่ 15,000 ล้านบาทต่อปีลดลง โดยหากมีการขึ้นภาษีจะทำให้อัตราการส่งออกที่ขยายตัว 30% ต่อปี จะไม่เติบโตเลย เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่จะมีต้นทุนที่แพงขึ้น และทำให้เสียเปรียบคู่แข่งโดยเฉพาะบราซิลซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกไก่ไปยังยุโรปเป็นอันดับ 1 และสามารถส่งออกไก่ทั้งไก่สดและไก่ปรุงสุก เพราะบราซิลไม่มีปัญหาไข้หวัดนก สำหรับการส่งออกเนื้อไก่ของไทยไปยังอียูในปี 2548 มีทั้งสิ้น 113,195 ตัน มูลค่า 13,017 ล้านบาท ส่วนใน ม.ค.-ก.ค.2549 ปริมาณส่งออก 67,555 ตัน คิดเป็นมูลค่า 7,769 ล้านบาท
Source : บ้านเมือง